สารอันตรายที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอาง

portrait asian korean woman showing stop prohibition gesture showing arm cross sign standing tshirt white background copy space

           การอ่านฉลาก ดูส่วนผสมก่อนซื้อ เป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำ โดยควรจะพิจารณาส่วนผสมในฉลาก เราควรดูว่ามีสารตัวใดที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวเราหรือไม่ หรือมีสารตัวใดที่ไม่ควรใส่ลงในเครื่องสำอางเนื่องจากเป็นสารอันตรายหรือไม่ ซึ่งเราสามารถพิจารณาจากในหลายด้าน แต่วันนี้ เราจะมาพูดเกี่ยว กับสารอันตรายที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอาง เพื่อเป็นความรู้ให้ท่านสามารถหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่อันตรายได้

           1.สารไฮโดรควิโนน (Hydroquinone)

hYDROQUININE

           ไฮโดรควิโนนมักทำให้เกิดการระคายเคืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับกรดวิตามินเอ และในช่วงแรกจะทำให้ผิวหน้าขาวขึ้น จากการลดการสร้างเมลานิน โดยการขัดขวางเอนไซม์ไทโรซิเนส ในการออกซิไดซ์ไทโรซินซึ่งทำหน้าที่ในการสร้างเม็ดสีเมลานิน (melanin) ซึ่งจะขาวขึ้นเพียงชั่วคราว หากหยุดใช้ก็จะกลับเป็นอย่างเดิมหรือเป็นมากกว่าเดิม และหากใช้ไฮโดรควิโนนติดต่อกันเป็นเวลานานเกินกว่า 6 เดือน จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อภายในผิวหนังทำให้เกิดเป็นฝ้าถาวรน้ำเงินอมดำ  

           2. ปรอท (Mercury)

09548 newscripts element new

           การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของปรอทแอมโมเนียติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง และเกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้เกิดทางเดินปัสสาวะและไตอักเสบ ทำให้มีการสะสมปรอทในผิวหนัง และดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้ตับ และไตพิการ โรคโลหิตจาง โดยสารปรอทจะเข้าไปรบกวนเอนไซม์ไทโรซิเนส โดยรวมตัวกับโปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ หรือจับกับไอออน ทองแดงที่มีอยู่ในเอนไซม์ ทำให้ลดการสร้างเมลานิน

           3. กรดเรติโนอิก (Retinoic Acid)

          กรดเรติโนอิกจะไปรบกวนการสร้างเม็ดสี โดยกระตุ้นการแบ่งเซลล์และเร่งการผลัดเซลล์ของผิวในชั้นเยื่อบุผิว (Epithelial) ลดการเคลื่อนย้ายของเม็ดสีมาที่เซล์ลผิวหนังและยังทำหน้าที่ยั้บยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนสซึ่งมีหน้าที่ในการสร้างเม็ดสี ซึ่งเป็นกลไกการออกฤทธิ์ทำให้ให้ผิวหน้าขาว นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุของการเกิดสิวทั่วไป คือ กรดเรติโนอิกจะไปกดการสร้างและป้องกันของการสร้างสิวอุดตัน (Comedone)

          แต่ก็มีสรรพคุณช่วยให้สิวอักเสบเร่งการลอกเซลล์ผิว ซึ่งหากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและมีแพทย์ควบคุม ก็จะเป็นยาที่สามารถรักษาสิวและลบริ้วรอยได้ แต่ก็มีผลเสียคือหากใช้ในปริมาณที่มากเกินไปหรือไม่ถูกต้องกรดเรติโนอิกอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง ผิวลอก อักเสบ รวมไปถึงแพ้แสงแดดได้ง่ายและอาจส่งผลให้เกิดภาวะผิวด่างขาวหรือผิวคล้ำได้ชั่วคราวซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์

Picture1
ตัวอย่าง ของผู้ที่มีผลข้างเคียงจากการใช้ครีมที่มีกรดเรติโนอิก

          4.สารสเตียรอยด์ (Steroids)

          นิยมใช้เป็นสูตรผสมกับยาตัวอื่น เช่น เรตินอยด์ในการรักษา ฝ้า กระ และจุดด่างดำ หรือ ไฮโดรควิโนน ซึ่งสเตียรอยด์จะช่วยในการเสริมฤทธิ์ และช่วยลดอาการข้างเคียงของเรตินอยด์ และ ไฮโดรควิโนน

          การใช้สารสเตียรอยด์ จะส่งผลให้ผิวขาวขึ้น เพราะมันจะมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างสารเคมีสื่อกลาง(mediators) ที่ทำหน้าที่ในการสร้างเม็ดสี (melanin) ทำให้ปริมาณเม็ดสีลดลง ถ้าหากใช้สารสเตียรอยด์ในความเข้มข้นที่สูง ใช้ผิดวิธี ใช้เป็นระยะเวลานานต่อเนื่องอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง เช่น อาจทำให้ ผิวหน้าบาง ผดผื่นขึ้นง่าย รวมไปถึง ทำให้มลภาวะจากภายนอกเข้าสู่ผิวหนังชั้นแท้ได้ง่ายขึ้น และเห็นเส้นเลือดแดงตามใบหน้าชัดขึ้น แต่ ก็มีประโยชน์หากใช้ในจำนวนที่เหมาะสมตามที่แพทย์แนะนำ ก็สามารถใช้ในการรักษาโรคผิวหนังได้

Picture2
อาการข้างเคียงจากการใช้ยาทาสเตียรอยด์เป็นระยะเวลานาน

Reference

Ref : 1

Ref : 2

Ref : 3

Ref : 4

ผู้เขียน

นางสาวภัสสร์ศศิร์ ศิวกรสกุล  นักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

นางสาวณิชนันทน์ ห้าวหาญ  นักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง